วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2569

thumbnail

เตือนภัยราชบุรี! พบกลุ่มฝนฟ้าคะนองปานกลางถึงหนัก เคลื่อนตัวมุ่งหน้าทางตะวันตกเฉียงใต้ คาดอีกประมาณ 2 ชั่วโมง กระทบหลายพื้นที่

⚠️ เตือนภัยราชบุรี! พบกลุ่มฝนฟ้าคะนองปานกลางถึงหนัก เคลื่อนตัวมุ่งหน้าทางตะวันตกเฉียงใต้ คาดอีกประมาณ 2 ชั่วโมง กระทบหลายพื้นที่

ตรวจพบกลุ่มฝนฟ้าคะนองระดับปานกลางถึงหนัก บริเวณกรุงเทพมหานครและอำเภอเมืองสมุทรสาคร โดยกลุ่มฝนกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ คาดว่าในอีกประมาณ 2 ชั่วโมง จะเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่จังหวัดราชบุรีหลายจุด

📍 พื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

- อำเภอดำเนินสะดวก
- อำเภอวัดเพลง
- ตำบลบางป่า
- ตำบลบ้านไร่
- ตำบลคูบัว
- ตำบลคุ้งน้ำวน
- ตำบลคุ้งกระถิน
- ตำบลวัดยางงาม
- ตำบลป่าไก่
- ตำบลปากท่อ
- ตำบลวันดาว
- ตำบลวังมะนาว

ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณที่มีน้ำท่วมขังอยู่เดิม ควรระมัดระวังการเดินทางและเตรียมพร้อมรับมือหากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง

📢 โปรดติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแชร์ข้อมูลนี้เพื่อแจ้งเตือนคนในพื้นที่ให้เตรียมพร้อมรับมือ


วันอังคารที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2565

thumbnail

หนุ่มใหญ่รับจ้างตัดต้นไม้ถูกต้นไม้แห้งล้มทับดับคาที่

 


ราชบุรี    เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 ม.ค. 65  ร.ต.อ.อดิเรก  กลางพิมาย  ร้อยเวรสภ.จอมบึง  จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุต้นไม้ล้มทับคนเสียชีวิต  เหตุเกิดที่ด้านหลังสำนักปฎิบัติธรรม  สวนแก้ว  ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 44 หมู่ 11  ต.ปากช่อง  อ.จอมบึง  จึงรายงานให้ พ.ต.อ.พสิษฐ์   สายชลศักดิ์  รองผกก.สส.สภ.จอมบึง  และ พ.ต.ท.ชิณโชติ  โชติศิริ  รองผกก.ป.สภ.จอมบึง  ได้รับทราบก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง  และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ จุดจอมบึง  ในที่เกิดเหตุพบต้นไม้ยืนต้นตายความสูงประมาณ 8 เมตร ทับบริเวณศรีษะของนายธวิช  นิมเมือง  อายุ 57 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 5  ต.จอมบึง  อ.จอมบึง  เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันดึงต้นไม้ออก  พบว่าบริเวณศรีษะนั้นยุบจนกะโหลกแตก เลือดไหลนองเต็มพื้น

จากการสอบถามนายอำนาจ  นิรมลดากุล  อายุ 20 ปี  ซึ่งเป็นลูกจ้างอยู่ใน สำนักปฎิบัติธรรม  สวนแก้ว  ก็บอกว่า ก่อนจะเกิดเหตุผู้ตายนั้นมารับจ้างตัดต้นไม้ โดยมีตนกับเพื่อนคนงานอีก 2 คน มาช่วยกันตัดต้นไม้ที่ยืนต้นตาย  ซึ่งเป็นต้นไม้สองต้นคู่กันโดยผู้ตายนั้นเป็นคนใช้เลื่อยเครื่องตัดที่โคนต้นไปแล้วต้นหนึ่ง  ส่วนตนกับคนงานอีก  2 คน ได้ช่วยกันใช้เชือกผู้ปลายกิ่งและไปผูกกับรถเพื่อดึงให้ต้นไม้ล้มไปอีกทาง  เนื่องจากเกรงว่าจะล้มไปโดนศาลาปฎิบัติธรรม  ส่วนอีกต้นนั้นยังไม่ได้ตัด  หลังจากนั้นผู้ตายก็นำเลื่อยไปวางบนพื้นปูนข้างศาลา  จู่ ๆ ต้นอีกต้นที่ยังไม่ได้ตัดก็ล้มไปทางที่ผู้ตายกำลังเลื่อยไปวาง และทับผู้ตายทันที  โดยมีพวกคนงานเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด  แต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย เพราะเหตุเกิดรวดเร็วมาก  ซึ่งต้นไม้ที่ล้มลงไปนั้นเมื่อไปดูที่โคนต้นพบว่า พุกร่อน  จนแทบไม่มีอะไรยึดโคนต้นเลย  และคาดว่าเมื่อตัดต้นไม้อีกต้นไปแล้ว ต้นที่เหลือก็เลยล้มไปด้วยเพราะอยู่ติดกัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบถามญาติว่าติดใจในการตายหรือไม่  ซึ่งทางญาติ ๆ ก็ทำใจยอมรับว่าเป็นอุบัติเหตุ  ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มอบศพให้ญาติกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป